It's on ur hands 'n' mindNovember 18, 2008 12:41 am

จริงๆมั่ยได้ตั้งใจจะดูหนังหรอกวันนี้กะไปหม่ำซิสเล่อร์กะเพื่อนเท่านั้น แต่เพราะมั่ยมีอะไรทำและยังมั่ยอยากกลับบ้าน เลยลากคุณเพื่อนดูหนัง และSCAR ก่อเป็นหนังที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะดูแน่ชัด….แต่ก่อนั่นแหละ สรุปก่อดู

บอกตรงๆว่ามั่ยคิดว่าจาต้องใส่แว่นดู(โง่ป่าวเนี่ย) เหอๆ…3Dนะครับชื่อก่อบอกอยู่แล้ว -*- ก่อถามคนขายตั๋วคนที่1เขาบอกว่าเป็นโรงธรรมดาหนิ..เฮ้ออออ

เอาวะซื้อตั๋วในราคา 230บาท (แพงหว่ะ) แต่ก่อถูกก่าที่คิดไว้ทีแรกเพราะครั้งแรกที่ดูหนัง3Dเมื่อปีมะโว้…มันตั้ง600ก่าอ่ะ

-อะเหอะ-เนื้อเรื่องก่อปามาณว่าสัปเร่อจับ2สาวเพื่อนซี้มาเล่นเกมกันโดยตั้งคำถามว่า "จะให้ฆ่าเพื่อนของเทอไหม?" ซึ่งต้องเลือกระหว่างชีวิตตัวเองกะเพื่อนของเทอ หลังจากเหตุการณ์นั้น 1ใน2รอดชีวิตกลับมา..เนื้อเรื่องก่อจะตัดมาที่ปัจจุบันซึ่งเกิดขึ้นซ้ำมีเด็กมัธยมที่คลั่งในตัวสัปเร่อคนนั้นนำเกมนั้นกลับมาเล่นอีกครั้ง

 สำหรับความเห็นส่วนตัวกะหนังเรื่องนี้ก่อต้องบอกว่าดูหนังผียังดีซะกว่า ตรงไหนหน่ะหรอ? หนังผีก่อแค่หลอกๆหลอนๆกันไปดิ กัวอีกแป๊บนึง โผล่มาแว๊บๆให้ตกใจกันเล่น แต่นี่มันหนังแนวทรมานๆอ่ะมีดกรีดหน้า ตัดลิ้น ควักกันออกมา เลือดสาด โอ้วววว..สยองสุดๆ + ความน่ากัวที่มันอยู่ใกล้ซะจนนั่งจิกขาตัวเองแน่นเชียว จบเรื่องแล้วแบบว่าเฮ้ออออ…เหนื่อยจัง -.-" ตัวเรื่องจริงๆก่อมั่ยมีไรเลย..ออกแนวขายความหวาดเสียวแค่น้านล่ะ

อยากดูไหมล่ะ…??

กำหนดฉาย : 30 ตุลาคม 2008
แนว : สยองขวัญสามมิติ
นำแสดง : แองเจล่า เบ็ตติส, เคอร์บี้ บลิส แบลนตั้น, เดวอน เกรย์
กำกับ : เจ็ด วายน์ทร๊อป
อำนวยการสร้าง : นอร์แมน ทเวน
Official Site  (ที่มาจากกะปุกดอทคอม)

Scar 3D

@da mood 12:21 am

โลกของเขา มีประชากรจำนวนไม่มากนัก เป็นชนกลุ่มน้อยที่มีเขาเป็นศูนย์กลางมาเนิ่นนาน มีนาฬิกาชีวิตที่หมุนรอบตัวเองไปอย่างช้าๆ

โลกของเทอ มีประชากรจำนวนไม่น้อยรายล้อม เป็นโลกใบใหญ่ ที่เทอต้องใช้ตัวเทอหมุนรอบโลกใบนั้นเพื่อความสงบสุขของประชากรบนโลก

เมื่อเทอและเขาได้พบกัน

เขาที่เอาแต่ใจ + เทอที่คอยตามใจ

เขาที่ร้องหาเวลา + เทอที่คอยหาเวลา

เขาที่ชอบงอแง + เทอที่คอยดูแล

ผลลัพท์ที่ได้คือเทอผู้เหนื่อยใจ + เขาผู้รู้อยู่แก่ใจ

โลก2ใบ ที่รอบหมุนต่างกัน…คงยากที่จะหมุนไปพร้อมกัน

สักวันเทอคงจะเหนื่อยและหยุด…

วันนั้นเขาคงต้องปล่อยเทอ…

การให้เทอได้กลับสู่โลกของเทอ คงเป็นสิ่งที่เขาจะทำได้…เพื่อความสงบสุขของเทอและประชากรบนโลกของเทอเอง

นั่นอาจจะเศร้า แต่ คงไม่เท่าปล่อยให้เทอต้องทนอยู่กะโลกของเขาหรอก…

โลก1ใบ ของเขา + โลก1ใบ ของเทอ ยากที่จะเท่ากับ โลก1ใบ ของเราได้   

เพราะโลกที่ไม่ได้มีแค่เขาและเทอ..องประกอบมากมาย หลากหลาย..หลอมรวม…

แล้วเราจะเลือกหมุนโลกอย่างไรดี…??

TripOctober 8, 2008 10:09 pm

สืบเนื่องจากบรรพชนได้ล่วงลับไปเป็นระยะเวลาหลายปี

จึงได้เวลานำท่านทั้งหลายไปสู่ทางสงบดังที่ท่านเคยสั่งไว้

จึงเป็นเหตุผลของการรวมตัวออกทริปกันในครั้งนี้…

จุดหมายแรกมุ่งหน้าไปที่สัตหีบ…ออกจากบ้านราวๆ7นาฬิกาถึงจุดนัดหมายราวๆ11นาฬิกา (ใช้เวลาค่อนข้างยาวเนื่องจากผู้รู้คนนึงกล่าวว่า พนักงานขับรถไร้ความชำนาญเส้นทางนั่นเอง)

เราใช้บริการเรือของกองทัพเรือซึ่งจัดบริการเรื่องลอยอังคารโดยเฉพาะ..ก่อสะดวกดีนะ

น้ำทะเลของทัพเรือใสแจ๋วเลย…น่าเล่นน้ำชะมัด แต่ไหงไม่เห็นมีใครเล่นน้ำแถวนั้นสักคน??

Pier

 

ออกจากท่าเรือปามาณเที่ยงๆหลังจากทางลุงทหารเรือจัดแจงเรื่องถวายเพลเรียบร้อย…

เราทุกคนก็ลงเรือออกไปจากฝั่งทิศไหนไม่ทราบเหมือนกัน…ก่อนั่งชมวิว ชิลๆอ่ะ(หุหุ)

 

พิธีกรรม

 

ทำพิธีทางสงฆ์สักหน่อย…ก่อนหย่อนอัฐิลงทะเล

ใช้เวลาราวๆชั่วโมงนิดๆ เป็นอันเสร็จพิธี

เราก่อย้ายขบวนเดินหน้าสู่ร้านอาหาร - ก่อง้านๆอ่ะแต่บรรยากาศดี

แล้วก่อแวะพิพิธภัณฑ์เต่าซะหน่อย จึงเดินทางสู่ที่พักหาดจอมเทียน พัทยา

 

พัทยา ใกล้กรุงเทพแค่นี้…แต่นี่ก่อครั้งแรกเหอะ…เหอๆ

ไม่ประทับใจพัทยาเลยเหอะ

ค่ำๆไปดูทิฟฟานี่ก่องามดี แต่ก่อแอบง่วงเปนช่วงๆนะ..

กลับมาถึงที่พักง่วงนอนสุดๆ - หลับเปนตายกานเลยทีเดียว

เช้าวันรุ่งขึ้น 5ตค.

ทุกคนตื่นไปลงทะเลกันแต่เช้ายกเว้นห้องของเรา ตื่นมาก่อเกือบมะเสริฟอาหารเช้าแล้วเหอะ

เกงเสร็จก่อไปสมทบกะพวกที่อยู่ชายหาด เล่นบานาน่าโบ้ท นั่งง่ำๆปู(อาหย่อยๆ..มีคนแกะให้ยิ่งอาหย่อย..ขอบคุณกั๊บ)

เช็คเอาท์กันราวๆ14.00น. แอบแวะเมืองจำลองสักนิด…โค้ดดดดร้อนเลย ก่อนจะปิดทริปด้วยการแวะซื้อข้าวหลามหนองมน

ทริปนี้ไม่เหงาเลย แม้จะมีบุคคลแปลกหน้ามากมายเพราะพกแมวเหมียวไปด้วย จะแอบเหงานิดๆก่อตอนที่ไม่สามารถพาเหมียวๆลงน้ำได้..เลยต้องเล่นคนเดียว..เหงาจัง++

@da mood 2:58 pm

วันนี้จะมาพูดเรื่ององค์ประกอบของภาพ…

ภาพ 1 ภาพควรจะมีอะไรบ้างนะที่จะออกมาแล้วดูสมบูรณ์แบบ

ภาพ 1 ภาพ กะ บุคคลในภาพ อารมณ์.. บรรยากาศ… หรือแค่ความรู้สึกของคนมองว่าจะมองให้มันสมบูรณ์แบบ ดูดีหรือไม่…

ภาพ 1 ภาพ คน 2 คนกะบรรยากาศแสนธรรมดา แต่มันช่างดูดี อบอุ่นจังนะ…

กะ

ภาพอีก 1 ภาพ คน 2 คนกะบรรยากาศที่ดูดี แต่มันไม่ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นเลยสักนิด

เพราะอะไรกันแน่นะ…มันขาดอะไรไป??

ภาพ 2 ภาพ ต่างสถานที่ ต่างวาระ….จะให้มีองค์ประกอบที่ตรงกันก็คงแปลกนะ

แต่องค์ประกอบในความรู้สึกในภาพนี่…จัดยังไงให้ออกมาดูดีและสวยงาม

หรือว่าแค่จัดตัวบุคคลที่เข้ากัน ให้มาอยู่ในภาพ..ถึงจะได้อารมณ์ และองค์ประกอบภาพที่สมบูรณ์น๊ออออออ…..

เมื่อไหร่ภาพที่ถ่ายออกมาจะดูสมบูรณ์สักที…

หวังว่าสักวันจะได้ภาพนั้นมาครอบครอง….

emoticon

@da moodSeptember 8, 2008 12:49 am

ผ่านสถานการณ์ฉุกเฉินมา 3เดือนได้ละ จากวันที่ต้องลาออกจากบริษัทแย่ๆกะมานุดสุดแย่นั่น

ผ่านมาจนถึงวันนี้…ไม่ได้นึกเสียใจที่ต้องออกมาเลย สักวินาทีดียว

แต่สิ่งที่นึกอยู่เสมอคือ จะทำอะไรพรุ่งนี้ดี แล้ววันพรุ่งนี้ก่อผ่านมาเป็นวันนี้ แล้ววันนี้ก่อผ่านไป วันแล้ว วันเล่า มันเหมือนจะผ่านไปไวกว่าปกติซะอีก แป๊บๆ..อ่าวอีกอาทิตย์ละหรือนี่

ฉันกลับมานึกว่า นี่ฉันทำอะไรไปบ้างนี่…

ฉันได้ลองทำแซนวิชขาย ฉันได้ลองขายน้ำชงที่เค้าขายกันตามโรงอาหารมหาวิทยาลัย ได้ลองขาย/ทำไอศกรีม ได้ลองนั่งถอดเทปเป็นวันๆเพื่อแลกกะตังนิดๆหน่อยๆ… แล้วทั้งหมดนั่นก็ไม่ใช่ชีวิตในแบบที่ฉันค้นหา

เว้นแต่การขาย/ทำไอศกรีม ก็เป็นอาไรที่น่าสนุกดีนะและก็อยากจะลองทำให้เป็นรูปเป็นร่างในแบบของตัวเอง แต่ด้วยเหตุปัจจัยอะไรหลายๆอย่าง มันก็ทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้ดั่งใจ…

เฮ้อออ..ทำไมชีวิตมันมีข้อจำกัดมากมายขนาดนี้เนี่ย -*-

ณ เวลานี้ฉันเหมือนพลังชีวิตฉันลดลง วันนึงผ่านไปอย่างไร้สาระ เบื่อที่ต้องเจอกะวันอีกวันที่ไม่มีอะไรทำ วันนี้ที่เหมือนเมื่อวาน ไม่มีรายได้ ไม่รู้ว่าจะอยู่ไปเพื่ออะไร….

ตอนนี้ความหวังครั้งใหม่ของฉันกำลังจะมาเยือน..แม้ว่าจะเป็นความหวังที่ดูยากเกินกว่าจะได้มา และหนทางก็ดูจะลำบากเกินกว่าจะฝ่าฟัน แต่อย่างน้อยฉันคนนี้ก็มีโอกาสหนึ่งที่จะได้ลองเผชิญกะมัน

ผลลัพธ์ที่ได้มาอาจจะไม่สมหวังอย่างตั้งใจแต่ฉันก็ได้ใช้สิทธิ์ของฉันแล้ว"ก็นี่ล่ะชีวิต"

It's on ur hands 'n' mindJune 25, 2008 11:54 pm

เมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ก่อน ไปดูหนังมาและสิ่งที่ติดใจและยังวนเวียนอยู่ในความคิดมาถึงวันนี้ใช่เนื้อเรื่องของหนังที่ไปดูมาไม่ แต่นั่นคือโฆษณาตัวหนึ่ง ซึ่งขายอะไรฉันไม่รู้หรอก(จำมั่ยได้)

จะมีดารา นักเขียน ชาวนา…หลากอาชีพแวะเวียนออกมาพูดถึงชีวิตที่พอเพียง มันอาจเป็นบทพูดที่ฟังแล้ว อาจผ่านเลยไปสำหรับบางคน แต่สำหรับฉัน..มันยังคงตรึงอยู่ในความคิด

"คนที่มีความสุขที่สุด คือคนธรรมดาที่สุด" อาจไม่เปะทุกๆคำพูด แต่โดยประมาณเท่าที่จำความได้ก่อประมาณนี้ล่ะนะ….

ฉันหยุดคิดว่า มันก่อคงจะเป็นหยั่งนั้นได้ หากนั่นไม่ใช่ในสังคมเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร ที่ยังคงมีแสงสี สิ่งยั่วเย้าต่างๆนานา ให้มานุดในสังคมต้องดิ้นรน แก่งแย่งกันและกันจนเป็นกิจวัตรในทุกวันนี้

แล้วอยู่แบบธรรมดาจะเกิดขึ้นได้อย่างไร แม้แต่เวลาชีวิตของมานุดที่มีเท่าๆกัน แค่ต่างสถานที่กันนั้น เวลาก่อดูเหมือนจะเดินแตกต่างกันเหลือเกินแล้วเหอะ

แต่ก่อนั่นแหละ…อะไรที่บอกว่าเป็นไปได้ยาก ก่อใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลยซะทีเดียว…เพียงแค่เราดำเนินวิถีชีวิตไปตามทางของตัวเอง อยู่ในระดับของตัวเอง แหงนมองสิ่งที่สูงกว่าได้แต่ไม่ต้องพยายามไขว่คว้า เพราะชีวิตที่ธรรมดาจะกลายเป็นไม่ธรรมดา ต้องดิ้นรนให้ได้มาซึ่งสิ่งนั้นๆ

ใช่…มันเขียนออกมาได้ง่ายๆใช่มั๊ยล่ะ แต่ถ้าจะให้ทำจริงๆแล้วล่ะก่อ ฉันคนนึงล่ะ ยอมรับว่ายากมากที่จะเป็นไปในแบบธรรมดา ไม่งั้นชีวิตคงไม่ยุ่งยาก และดูเหนื่อยแบบทุกวันนี้หรอก

ก่อในเมื่อฉันเองยังชอบที่จะเข้าฟูจิ กินซิสเล่อร์ ฮะจิบัง ดูหนัง หม่ำไอติมสเวนเซ่น/โอเรียลเต็น แทนที่การกินข้าวบ้านจากผักริมรั้ว น้ำพริกปลาทู รึก๋วยเตี๋ยวป๊อกป๊อก ไอติมรถเข็นก๊องแก๊ง และดูทีวีอยู่บ้าน แบบชีวิตธรรมดาสามัญ

ด้วยสังคมแวดล้อมอยู่ตอนนี้ มันยังยากที่จะทำ ก่อใช่ว่าผักตำลึงริมรั้ว น้ำพริกปลาทู ก๋วยเตี๋ยว ไอติมก๊องแก๊ง ฉันกินมั่ยได้หรอกนะ(ก่อชอบเหมือนกันแหละ)แต่สิ่งที่มันไฮ กว่านั้นดังที่กล่าวไปข้างต้น ก่อยังคงยั่วน้ำลายไม่ใช่น้อย…

ฉันคงมีความสุข(ที่สุด)และอยู่แบบธรรมดา(สุดๆ)ได้สักวัน เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อฉันเบื่อและเหนื่อยกับสิ่งพวกนั้น ฉันหวังว่าจะกลับสู่สามัญได้…..แล้วคุณล่ะ??

 

พีเอส : หลายวันก่อนก่อไปดูหนังมาอีกละ แต่ตัวโฆษณาก่อเปลี่ยนไปซะละ ไปลองซุ่มดูหนังกันเองละกัน แต่ต้องรีบเข้าไปเร็วๆหน่อยล่ะ..เพราะโฆษณาเนี่ยมันมีก่อนหนังเริ่ม นะจ๊ะ

Gin GinJune 2, 2008 5:52 pm

ข้อตกลงนี้รอมาข้ามปีกันเรยทีเดียว

หลังจากเพื่อน(เคย)ซี้ รับปริญญาไปตั้งกะปีก่อน และรับปากว่าจาเลี้ยงข้าว

ทีแรกหลอกล่อ ให้เพื่อนเลี้ยงคุโรดะ รอแล้วรอเล่า…มันก่อมั่ยไปสักที

จนกระทั่งลาภปากลอยมาถึงตรงหน้า เพื่อนถามว่า "ไปกินซูชิที่ตึกธนิยะ กันมั๊ย"

นึกในใจ…(โห..อยากเกงปลาดิบอ่า) แต่ก่อเซย์เยสเหอะ - เด๋วต้องรอมันอีกปีหน้า ฮ่าๆๆๆ

********************

ทีแรกมันก่อนัดวันอังคารหรอก แต่ไหงเปลี่ยนมาเปนวันจันแทนฟระ ยังมั่ยได้ล้างท้องรอเรยเหอะ (ช้านกล่าว)

อีกทั้งมันนัด 12.30 แต่ในเวลา 12.00 มันก่อโทรมาจิกออกไปแล้วเหอะ (แมร่ง..ยังมะหิวเรย) - แต่ก่อต้องรีบไป ของฟรีนิ!!

:

:

:

อืมมม…ชื่อร้านลืมแลอ่า เพราะ(ไอ้)คุณเพื่อนมันรีบๆเดินๆเข้าไป อยู่ที่ตึกธนิยะ ชั้นไรไม่แน่จัยเหมือนกัน..ฮ่าๆๆๆ เพราะ(ไอ้)คุณเพื่อนมันเดินนำไปอีกเช่นกัน

มันเปนร้านซูชิวิ่งๆมาตามสายพานอ่ะ เมนูที่วิ่งมาผ่านหน้าก่อมั่ยค่อยมีรัยน่าสนใจเท่าไหร่

ที่ชั้นหยิบไปก่อมี

2จาน ชิกุวะทอด

2จาน ทงคัทซึ

3จาน ซูชิปลาม่อน

2จาน ซูชิปลาซาบะ

2จาน โรลมากิ หน้ารัยมะยู้

1จาน ซูชิปลาหมึก

1จาน ซูชิกุ้ง

1จาน ซูชิปลาโอ

1จาน ซูชิปลา…(รัยอ่ะ? สีขาวๆ)

และ 1จาน ซูชิไข่หวาน (แอบจิกเพื่อน..เฮ้ย!!สั่งให้หน่อยเด๊ะ 55+)

ที่หยิบมาเนี่ย..มะด้ายเกงคนเดียวนะ..แอบแบ่งกาเพื่อนบ้าง เท่าที่จำได้มีเท่านี้แหละม้าง….จำมะค่อยได้แระ แต่อย่างเยอะอ่ะ และแบบว่าอิ่มมาก มาก มาก มาก….

(ไอ้)คุณเพื่อนจ่ายที่ราคา 249 บาท/คน มั้งนะ..อิอิ มะค่อยได้ใส่จาย(ก่อมะด้ายจ่ายนิ)

**********************

และคุณเพื่อนมันไม่พอใจที่จ่ายฝ่ายเดียว มันเรยเรียกร้องให้เลี้ยงติมต่อ

เรยชวนมันไปเกง Ice Stone ฮ่าๆๆ…และแล้วชั้นก่อได้แก้มืออีกครั้ง ซักที

ไอติมยังคงละลายเรวเช่นเคย แต่คราวนี้ชั้นนั่งอยุ่กะที่ ทุกอย่างเรยผ่านไปด้วยดี

อ๊า….อิ่มจางงงงงงงงงงง

 

 

 

PS. ขอบคุณเพื่อนที่ทำตามสัญญา(สักที)หลังจากปล่อยให้รอมานานโข…ครับผม^______________^

พีเอส(อีกที) มั่ยมีภาพประกอบเพราะมือถือมังเกิดงี่เง่า..ดันเอ๋อกะทันหัน ถ่ายรูปมะด้ายซะง้าน (สงสัยต้องซื้อใหม่..คริๆ)

@da moodMay 30, 2008 4:36 pm

เพื่อนถามชั้นว่า….

"มันผิดมั๊ยที่โกรธเค้า ที่หงุดหงิดใส่เค้า แล้วเดินหนีไป"

คำตอบก่อคือ…ไม่ผิดหรอก เพราะเหตุผลของเทอคือยังมั่ยอยากพูดออกไป แค่นั้น

*******************

แต่มันก่อแค่ไม่แฟร์ กะอีกฝ่ายที่ไม่รู้เรื่อง ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร

*******************

ฉันก่อเหนด้วยนะกะการที่เงียบไปก่อน เพราะถ้าพูดอะไรออกไปในเวลาอย่างนั้น อาจทำให้ทุกอย่างแย่ลง

เพราะบางครั้ง บางที การพูดออกไปก่ออาจทำร้ายคน คนนั้น 

และยิ่งไปกว่านั้นคือ มันเปนสิ่งที่มั่ยสามารถเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ แม้เขาจะรู้(รึแกล้งไม่รู้)ก่อตาม

********************

แต่ก่ออีกล่ะ…มันไม่แฟร์ใช่มั๊ย??

********************

เพราะถ้าเปนชั้นเอง ก่อคงอยากรู้มากกว่าการเงียบ เฉย…

อย่างว่า…นา นา จิตตัง

เรื่องบางเรื่องมันอาจง่ายที่จะพูด แต่มันยากที่จะทำ

และอีกเรื่องบางเรื่องมันก่อ ยากที่จะพูด ยากที่จะทำ และยากที่จะไม่ให้รู้สึกได้เช่นกัน

*********************

เฮ้อออออ…..ช่วยมั่ยได้จริงๆหว่ะ…เพื่อน++

 

แต่ทุกๆเหตุผล ทุกๆอย่างที่ทำ ก่อเพราะ "เทอ"

It's on ur hands 'n' mindMay 23, 2008 4:26 pm

ขอจั่วหัวตรงที่…ความรักของคนหนึ่งคน มีค่าต่อใครอีกคนแค่ไหนกันนะ…?

ความรักมันริ่มจากความรู้สึกของคนหนึ่งคน ที่มีให้ใครอีกคน และมันจะสมบูรณ์ได้ก่อเมื่อทั้ง 2 ฝ่ายรู้สึกเหมือนๆกัน

แต่ความรู้สึกที่เหมือนกัน ก็ใช่ว่ามันจะเท่ากันซักหน่อยเหอะ

เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของคนรู้จักคนนึง ไม่ขอประจาน(ฮ่าๆ) ปล่อยเขามีชีวิตสงบสุขละกัน เราจะเรียกคนรู้จักว่าเขา กะคนของเขาว่า อดีตละกันนะ (เปนนามแฝง - คิกๆ - เอาให้งง กันเลยทีเดียว)

รับรู้เรื่องราวของเขา กะอดีตของเขามาบ้าง ซึ่งแต่ละเรื่องราว…บอกได้คำเดียวว่าก่อแอบเส้าไปกะเขาด้วย และแอบอิจฉาอดีต ที่มีเขาซึ่งมีความรู้สึกที่มากมายมอบให้ แต่อดีตกลับทำร้ายเขาด้วยการผลักเขาออกไป (อย่าไปยุ่งกะเขาเลยว่าด้วยเหตุผลอะไร เพราะมั่ยช่ายเรื่องของช้าน(เหอะ))

สิ่งที่ชั้นรู้สึกได้จากการบรรยายผ่านตัวอักษรของเขา คือความรักที่มีให้อดีต อย่างมากมาย ไม่รู้ว่าอดีตของเขาเคยผ่านมารับรู้ถึงความรู้สึกที่บอกเล่าผ่านตัวอักษรบ้างมั๊ย และเขาจะรู้สึกถึงความรักมากมาย ที่มีในทุกๆตัวอักษรนั้น แบบเดียวกะที่คนนอกอย่างชั้นรู้สึก บ้างมั๊ยนะ? อีกทั้งความรู้สึกเจ็บปวด ทรมานใจเมื่ออดีตผ่านไป….อดีตรับรู้มั๊ยนะ? เส้าจัง!!

ชั้นไม่แน่ใจหรอกว่าความรักของเขาจะมีค่าต่ออดีตสักแค่ไหน

แต่ความรักที่เทอมี มันย่อมมีคุณค่าในตัวของมันเอง…แน่นอน

ฉันแอบสงสัยนะว่า หากวันนึงมีใครอีกคนมาช่วยพยุงเทอขึ้นมาจากอดีต คำว่ารักที่เทอเคยมีให้อดีตที่สุด "รักที่สุด"

คำว่าที่สุดของเทอจะลดลงไปมั๊ย? เพราะมันคงมั่ยมีที่สุดได้หลายครั้ง(รึเปล่า)

เทอจะสามารถมอบความรักที่ยิ่งใหญ่และมีค่าในแบบที่เทอเสียไปให้อดีต…ได้อีกมั๊ย?

แล้วคำถามก่ออาจจะย้อนกลับไปถามเทอเช่นกันว่า

"ความรักของคนหนึ่งคน มีค่าต่ออีกคนแค่ไหนนกัน?….."

เอ๊ะ….ยังงัย ออกแนว งง? จบดีฟร่า

@da moodMay 15, 2008 6:02 pm

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อกลางดึก

ขณะที่การหลับเป็นไปด้วยดี จนกระทั่งเวลาตี 2 กร่าๆ เริ่มมีอาการภูมิแพ้ปกติ แบบที่เคยเปนอย่างสม่ำเสมอ

ก่อได้ลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำสักหน่อย เอาทิชชู่ซับน้ำมูกอีกนิโหน่ย…อ่ะนอนต่อ(เช่นปกติ)

ณ เวลาเกือบตี 3 รู้สึกหายใจไม่ได้จึงพยายามเอาน้ำจมูกออกอีก แต่ไม่เป็นผล เพราะเหมือนไม่มีอะไรออกมา

บวกกับจมูกที่บวมเป่ง บดบังการหายใจเข้าออก จึงพยายามนั่งสักพักหนึ่ง ไม่มีอะไรดีขึ้น คงเป็นผลเนื่องมาจากการป่วยเดิม ผสมกับการขยายตัวของหลอดเลือด จึงไม่สามารถหายใจได้เลย

พยายามจะทานยา ดีนะที่ทดลองอมน้ำ-กลืน เสมือนกินยา ก่อยากแล้วเหอะ ถึงขั้นต้องบ้วนน้ำทิ้งกันเลยทีเดียว เนื่องจากแทบจะขาดอากาศหายใจระหว่างกลืนน้ำ เปนอะรัยที่ทรมานจังเรยแหะ..หึหึ T-T

นั่งไปอีกสักพักหนึ่ง เหมือนมีอากาศเล็ดลอดผ่านโพรงจมูกมาได้บ้างละ….ก่อเรยเริ่มกลืนยา

ฮ๊า…..รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหารย์ คริๆ นึกว่าใกล้ซะแล้วสิ ชีวิตนี้ของช้านนน..(ก่อคงดีเหมือนกันเนาะ)

หากไม่มียาเม็ดนั้น ช้านจะเป็นยังไงน๊า เพราะยานั่นสามารถเปิดโพรงจมูกของชั้นได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ชั้นนอนต่อได้ภายเวลาอันสั้นหลังจากยาทำปฏิกริยากะร่างกาย..

ขอบคุณ เคลียริเนส 2เม็ดสุดท้าย..กร๊ากๆๆๆๆ